Story of price

คืนนั้นก่อนเข้านอนฉันนำหินสองสามก้อนในความครอบครองมาเรียงรายบนที่นอน บอกกับตัวเองว่าต้องทำการทดลองเสียหน่อย ฉันหลับ ตาและพยายามรับสัมผัสจากหินที่จะส่งผ่านขึ้นมายังมือ … ไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักอย่าง ฉันคิด แล้วที่หนังสือพูดๆไว้มันเป็นอย่างไรกันนะ หินจะมีพลังบำบัดได้อย่างไร ในเมื่อฉันไม่สามารถรับรู้อะไรเลยจากเจ้าก้อนเล็กๆ ใหญ่ๆที่สงบนิ่งอยู่ใต้อุ้งมือ ฉันรู้แต่ว่าฉันรู้สึกดี ก็เท่านั้น นั่นเป็นความคิดสุดท้ายก่อนหลับไป

   ชีวิตการงานของฉันเริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อฉันนำศาสตร์ที่เพิ่งเรียนรู้จากการคำนวณการโคจรของดาวมาร่วมใช้ในการลงทุน ฉันวาดโครงการว่า ด้วยเงินลงทุนเท่านี้ฉันจะทำให้มันงอกเงยเป็นกี่เท่ากี่เท่า โดยการซื้อขายเปลี่ยนตัวเล่นตามทฤษฎีดาวจร ช่วงกลางสัปดาห์ขณะที่ฉันกำลัง จ้องจอซื้อขายเพื่อดูราคาหุ้น กะว่าเมื่อตัวเลขกำไรขึ้นถึงแสนบากก็จะพอสำหรับวันนี้และพร้อมที่จะส่งคำสั่งขายเข้าไปในระบบ พลัน โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นอย่างไม่คาดหมาย อีกครึ่งชั่วโมงตลาดจะปิดทำการ และฉันไม่ชอบการขัดจังหวะในเวลานี้เป็นที่สุด แล้วนี่มันเบอร์ ใครกัน? ฉันกรอกเสียงลงไปอย่างห้วนๆ เสียงค่อยๆทางปลายสายบอกความลังเลและเรียกชื่อฉัน เธอระบุว่าเธอคือคนที่ฉันขอเรียนพลัง หินด้วยเมื่อวันก่อน หลังการใคร่ครวญดีแล้วเธอคิดว่าเธอจะรับสอนฉัน แต่ถ้าหากฉันไม่ว่างและไม่สะดวกเธอก็เข้าใจดี ด้วยความกลัวว่าเธอ จะวางสายฉันรีบเปลี่ยนเสียงพูดให้อ่อนลงและรับปากจะไปหาเธอในวันเสาร์นี้ทันที แล้วก็พลันมานึกได้ภายหลังด้วยความเจ็บใจว่านั่นหมาย หมายถึงฉันต้องพลาดนัดการเรียนเรื่องหุ้นเด็ดครั้งที่สองอย่างน่าเสียดาย ฉันเกือบต่อโทรศัพท์กลับไปยกเลิก แต่บอกตัวเองว่า ไปลอง สักครั้งจะเป็นไร  หันกลับมาที่หน้าจอ ตลาดหุ้นปิดทำการไปแล้วโดยฉันไม่รู้ตัว และกำไรแสนบาทเมื่อสักครู่ที่ฝันไว้ ก็เป็นอันว่าสลายไป

   เช้าวันเสาร์ฉันไปปรากฏตัวตรงเวลาที่บ้านหลังใหญ่ชานเมือง เมื่อกดกระดิ่งแล้วสักพักมีหมาตัวเล็กๆวิ่งมาเห่าอย่างประจบประแจง ฉันก้ม ลงยิ้มกับมันและเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบกับสตรีท่าทางใจดียืนรออยู่ ฉันยกมือไหว้แนะนำตัวพลางเดินตามเข้าไปในบ้านห้องรับแขกที่เธอนำฉัน เข้าไปมีตู้โชว์เต็มไปด้วยหินน้อยใหญ่วางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ชั้นนั้นโรสควอทซ์สีชมพูทั้งชั้น ส่วนข้างบนเป็นคริสตัลทุกขนาดเนื้อใส แจ๋ววางเรียงลำดับ  ฉันมองไปเบื้องหลังเธอที่มุมห้องเห็นโรสควอทซ์ลูกเขื่องวางอยู่บนฐานสูงแค่ไหล่มีป้ายเขียนว่า “กรุณาอย่าจับ”  ถึงตอนนี้ฉันกลั้นยิ้มแทบไม่ได้เพราะรู้สึกเหมือนอยู่ในถ้ำหินจำลอง แต่สำรวมกริยาไว้ไม่ให้ออกนอกหน้า

   สนทนากันเรื่องทั่วไปได้สักพักเธอก็ถามฉันว่าอยากลองเรียนรู้พลังของหินใช่หรือไม่ และเมื่อฉันรับปาก เธอขอให้ฉันหลับตาปล่อยตัว ตามสบายแล้วยื่นมือไปข้างหน้า จากนั้นเธอค้นกุกกักในตะกร้าที่วางอยู่ข้างตัว ได้คริสตัลมาสี่ห้าก้อน ฉันซึ่งแอบหรี่ตามองกลับหลับตาลง ไปใหม่พลางคิดในใจ ว่าอะไรกันมาถึงก็จับพลังกันเลยหรือ ทำไมไม่เห็นเริ่มสอนเรื่องหินชนิดต่างๆ ระหว่างนั้นเธอก็นำหินแต่ละก้อนๆมาวน ผ่านฝ่ามือฉันซึ่งรออยู่ ฉันค้นพบด้วยความแปลกใจว่าหินแต่ละก้อนให้ความรู้สึกกับมือฉันแตกต่างกันไปด้วย  ก้อนนี้เหมือนใยแมงมุมพาน ผ่าน ก้อนต่อไปเหมือนกระแสไฟอ่อนๆ ก้อนนี้เหมือนสายลมเย็นพัด ก้อนนี้ไม่รู้สึกอะไร ฉันหลับตาตอบคำถามที่เธอถามแต่ละครั้งหลังจาก เปลี่ยนก้อนหินด้วยความมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อลืมตามองก็พบสายตาให้กำลังใจมองตอบกลับมาอยู่แล้ว พร้อมรอยยิ้มและคำพูดที่ว่า ” คุณเรียนรู้พลังหินได้”

   วินาทีที่ความจริงค่อยๆซึมซับเข้ามาในสมองอย่างช้าช้า ฉันผุดนั่งตัวตรงขึ้น หินทำให้มือฉันรู้สึกพลังได้? ที่แท้ฉันไม่ใช่คนสัมผัสหยาบ อย่างที่ตัวเองเชื่อมาตลอด ฉันหน้าแดงด้วยความกระตือรือร้น

   ฉันคะยั้นคะยอให้เธอสอนต่อ มองสตรีตรงหน้าอย่างเชื่อถือขึ้นกว่าเดิม เธอหัวเราะเบาๆแล้วบอกว่า คริสตัลทุกก้อนมีพลัง ไม่ว่าก้อนเล็ก ก้อนใหญ่ กำเขาไว้ในมือซ้ายพร้อมกล่าวทักทายอย่างอ่อนโยนจากนั้นถามเขาว่า เพื่อนรัก มีอะไรจะบอกฉันไหม แล้วปล่อยใจให้ว่างๆรอ การสื่อสารจากเขา ซึ่งอาจจะมาในรูปของเสียงหรือภาพในหัว แต่ตอนนี้เธอจะให้ฉันลองจับคริสตัลก้อนหนึ่งด้วยมือขวาแล้วอธิษฐานให้ คริสตัลทำการบันทึกเรื่องราวที่อยู่ในใจ หลังจากกล่าวดังดังเช่นนั้นแล้วฉันควรจะรู้สึกมีพลังอบอุ่นเกิดขึ้นที่ใจแล้วไล่ลงไปยังมือที่กำหิน ฉันทำตามที่เธอสั่งอย่างว่าง่าย แต่ตอนขมุบขมิบอธิษฐานฉันหยุดชะงักนิดหนึ่งด้วยความกระดาก ความในใจเนี่ยนะ ? ฉันแอบคิด  เมื่อส่ง หินให้เธอรับไป เธอหลับตาลงสักพักแล้วลืมตาขึ้นมามองฉันอย่างกล่าวหา

  “คุณไม่เปิดใจ” เธอพูดออกมาคำแรก
“คุณเป็นคนที่มีความตั้งใจเด็ดเดี่ยว ตัดสินใจในหน้าที่การงานอย่างเฉียบขาด แต่พี่ไม่เห็นความทุกข์ร้อนอะไรเลยเพราะคุณปกปิดไว้”

   เธอพูดต่ออย่างเนือยเนือย “ถ้าเป็นอย่างนี้พี่คงช่วยอะไรคุณไม่ได้มาก”

   หลังจากครั้งที่สองนี้เธอกล่าวไปพร้อมๆกับที่กำคริสตัลอยู่ในมือว่า

“ดีขึ้นค่ะ คราวนี้คุณเปิดใจกับพี่แล้ว ช่วงที่ผ่านมาคุณหงุดหงิดฉุนเฉียวโดยไม่ทราบสาเหตุ ระเบิดอารมณ์เป็นพักพัก และบางครั้งก็เบื่อ หน่ายทุกๆอย่างในที่ทำงาน อยากจะหนีชีวิตปัจจุบันแต่ก็ไม่รู้ว่าจะหนีอะไร และจะหนีไปไหน คุณแอบสงสัยตัวเองเป็นโรคร้ายอะไรอยู่หรือ หรือเปล่า ใช่ไหมคะ คุณไม่ได้ป่วยนะคะ เพียงแต่ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรกับตัวเองเท่านั้นคุณเป็นคนที่มีพลังค่ะพี่เห็นพลังของคุณมหาศาล ทีเดียว คุณสามารถนำพลังนี้มาใช้ประโยชน์ได้ถ้าปรารถนา ”

   ฉันตะลึงไปกับคำพูดของเธอ ย้อนระลึกไปถึงเมื่ออาทิตย์ก่อนที่หลังจากนั่งทำงานไปสักพัก ฉันผลุนผลันขับรถกลับบ้าน มานั่งฟังเพลง อยู่คนเดียว และเมื่อลูกน้องมือขวาโทรเข้ามือถือฉันถึงกับร้องไห้ออกมาอย่างไม่มีเหตุผล รู้สึกอยากหนีงานไปให้ไกลสุดโลก  แต่พอวันรุ่ง ขึ้นฉันก็กลับกระตือรือร้นนั่งคำนวณการโคจรของดวงดาวเพื่อเล่นหุ้นอย่างเอาเป็นเอาตาย

   ถึงตอนนี้เธอลืมตามองฉันพร้อมทั้งพูดว่า

   “จริงสิ คุณไปบวชได้ไหม? พี่อยากให้คุณบวชสักพัก ”

   เอาแล้วไง…ฉันคิดอย่างกลัดกลุ้ม

   ฉันตอบเธอไปว่าเกรงจะไม่มีเวลา

   ฉันเป็นชาวพุทธ และรู้ว่าคำแนะนำนี้เป็นความหวังดี แต่ขณะนั้นฉันว่ามันยังไม่ใช่อันดับแรกแรกของสิ่งที่ต้องทำ ย้อนระลึกไปเมื่อตอน นั้นฉันอดคิดไม่ได้ว่าฉันช่างมืดบอดเสียนี่กระไร คำแนะนำของสตรีผู้ซึ่งต่อไปฉันยอมรับเป็นครูหมดหัวใจผู้นี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด การที่คน คนเราจะสื่อสารกับคริสตัลและหินได้ดีต้องมีจิตที่ละเอียด มีศีลเป็นพื้นฐานแห่งความปกติของจิต และปฏิบัติสมาธิภาวนาสวดมนต์แผ่ส่วน กุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรต่างภพ เพื่อให้ก้าวหน้าไปได้โดยไม่ติดขัดในโลกที่รับรู้ได้ด้วยจิตนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับฉันผู้ไม่มีความ สนใจด้านนี้มาก่อน และฟุ้งซ่านอยู่ในโลกแห่งวัตถุมาตลอด เมื่อเธอเห็นฉันบ่ายเบี่ยง เรื่องการบวช เธอจึงกล่าวต่อไปอย่างจริงจังว่า กฎ ของการเดินทางไปในโลกของคริสตัลและรัตนชาติมีด้วยกันสิบเอ็ดข้อตามลำดับ ดังนี้

   ก้าวแรกของเราในโลกแห่งคริสตัลนั้น ส่วนใหญ่เริ่มจากการที่คนคนนั้นเกิดถูกใจในหินขึ้นมาโดยบังเอิญ จากนั้นจะหันมา เริ่มศึกษาหาความรู้ถึงชนิดต่างๆของหิน และในขั้นตอนต่อมาเราจะเริ่มรับเขาเข้ามาในชีวิต โดยจะรู้สึกสะดุดตาอยากซื้อหา มีไว้ในครอบครอง แบบที่ผู้รักหินมักจะล้อกันว่า หินก้อนนี้เค้าเรียกฉัน และเมื่อเราเริ่มเป็นเจ้าของคริสตัลสักแท่งหรือหินสักก้อน ขั้นที่ห้าหินจะก่อให้เกิดขบวนการชำระล้าง ใครก็ตามที่พกพาหินและต่อเชื่อมจิตกันได้ หินจะช่วยชำระล้างขยะอารมณ์ ลบ ความคิดหยาบๆและบางครั้งกำจัดมลพิษทางกายภาพให้ด้วย นอกจากนั้นขณะที่กระบวนการทางกายภาพดำเนินไป การชำระ กรรมเก่าในแง่ทางพุทธศาสนาก็จะเกิดขึ้นไปพร้อมพร้อมกัน ต่อมาด้วยการปฏิบัติสมาธิจิตร่วมกับหินเรื่อยๆจะส่งผลให้จิต ละเอียดขึ้น เราจะก้าวเข้าไปในโลกแห่งการเดินทางด้วยจิต เราอาจสามารถเห็นอดีต อนาคต และนำความรู้ต่างๆมาประมวล เพื่อบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยให้ตนเองและคนที่รัก และเมื่อถึงขั้นตอนนั้นคนส่วนใหญ่จะยึดติดในฤทธิ์ อำนาจ ความสามารถ พิเศษเหล่านี้ ซึ่งเราจะต้องต่อสู้กับความหลงตัวเองในขั้นนี้ให้ได้ หากเราชนะลดละอัตตาได้ ปลายทางสุดท้ายคือสิ่งปรารถนา สูงสุดของมนุษย์ทุกคน นั่นคือการสิ้นสุดแห่งการเดินทาง อันได้แก่ความสงบอันเป็นนิรันดร์ นั่นเอง

   เมื่อเธอกล่าวจบ ฉันนิ่งไปพักหนึ่งอย่างไม่ทราบว่าจะพูดอะไร อุปทานทำให้เห็นใบหน้าของสตรีตรงหน้าเรืองสว่างขึ้นวูบหนึ่งพร้อมกับ คำว่านิรันดร์ก้องอยู่ในโสตประสาท แม้จะยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้นักแต่ฉันก็เริ่มรู้สึกว่าอะไรก็ตามที่กำลังจะเรียนรู้ต่อไปนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หรือปาฏิหาริย์เล็กๆที่เอาไว้เล่าสู่กันฟังในหมู่เพื่อนฝูงแบบที่ฉันเคยคิด

   เธอสังเกตอาการเงียบไปของฉันจึงยิ้มน้อยๆก่อนจะพูดว่า

   ” เมื่อคุณเข้าใจกฎที่สำคัญที่ต้องทราบก่อนการก้าวเข้าไปในโลกของพลังหินแล้ว พี่ขอให้คุณเริ่มถามคำถามมาได้เลยค่ะ.”

« Previus Page | Next Page »
 062-365782 089-7779393
info@crystalprince.com
byballoon@hotmail.com
     samjingjing@hotmail.com
Copyright©2015 Crystal Prince All Rights Reserved., Webdesign by Chiangmaizone.com